ดาวน์โหลด เอกสารการประชุม วันที่ 2 มิถุนายน 2557 ได้ที่นี่
  ทะเบียนผู้ใช้ (username):     รหัสผ่าน:     จำสถานะ    
  ลักษณะทางกายภาพของห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์และเครื่องมือ
งานวิศวกรรมระบบระบายอากาศและปรับอากาศ : มาตรฐานระบบปรับอากาศ

งานวิศวกรรมระบบระบายอากาศและปรับอากาศ : มาตรฐานระบบปรับอากาศ

มาตรฐานระบบปรับอากาศ มีรายละเอียดดังนี้

          1) มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ วสท. 3003–50 ได้กำหนดรายละเอียดต่างๆ ไว้ดังนี้

                    1.1) ข้อกำหนดทั่วไป

                              1.1.1) ระบบปรับอากาศและระบายอากาศต้องได้รับการออกแบบและติดตั้งตามหลักปฏิบัติทางวิศวกรรมที่ดี (good engineering practice)

                              1.1.2) งานไฟฟ้าสำหรับระบบปรับอากาศและระบายอากาศต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย (มาตรฐาน วสท. 2001)

                    1.2) การเข้าถึง (Access)

                              1.2.1) ทั่วไป อุปกรณ์และเครื่องใช้ทางกลทุกชนิดจะต้องเข้าถึงได้ เพื่อตรวจสอบบริการ ซ่อมแซม และเปลี่ยน โดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างถาวร หากไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่นต้องมีการจัดเตรียมพื้นที่และช่องว่างสำหรับทำงานไม่น้อยกว่า 0.75 เมตร ในการบริการอุปกรณ์ หรือเครื่องใช้อุปกรณ์ควบคุม มาตรวัดแผงกรองอากาศ พัดลม มอเตอร์ และหัวเผา จะต้องเข้าถึงได้ และต้องแสดงข้อแนะนำในการใช้งานให้เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่ใกล้เคียงกับเครื่องใช้นั้น

                              1.2.2) เครื่องทำความเย็น จะต้องจัดเตรียมช่องทางที่เข้าถึงได้ มีความกว้างไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร และสูงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร สำหรับเครื่องทำความเย็นแต่ละเครื่องที่ติดตั้งไว้ภายในอาคารยกเว้นท่อน้ำ ท่อลม และอุปกรณ์ในลักษณะที่ไม่จำเป็นต้องได้รับการบริการหรือการปรับแก้

                              ข้อยกเว้น: ช่องเปิดบริการไปยังเครื่องทำความเย็นที่อยู่เหนือฝ้าเพดานจะต้องมีขนาดความกว้างอย่างน้อย 0.60 เมตร และยาวอย่างน้อย 0.60 เมตร และต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอในการเปลี่ยนเครื่องทำความเย็นได้

                              1.2.3) การติดตั้งเหนือฝ้าเพดาน หากช่องเปิดบริการอยู่ห่างจากพื้นที่ทำงานมากกว่า 1.00 เมตร จะต้องจัดเตรียมพื้นที่มีความมั่นคงแข็งแรงและต่อเนื่องซึ่งมีความกว้างไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร จากช่องเปิดบริการไปยังพื้นที่ทำงานที่จำเป็น

                              1.2.4) แผงกรองอากาศ วาล์วควบคุม และเครื่องส่งลมเย็น จะต้องจัดเตรียมช่องทางที่ไม่มีสิ่งกีดขวางที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 0.60 เมตรและความสูงไม่น้อยกว่า 0.75 เมตร เพื่อเข้าบำรุงรักษา แผงกรองอากาศ วาล์วควบคุมและเครื่องส่งลมเย็น  

                              ข้อยกเว้น: ช่องเปิดที่เปิดถึงอุปกรณ์โดยตรง อาจลดขนาดลงเหนือ 0.30 เมตร โดยที่ยังคงสามารถบำรุงรักษาอุปกรณ์นั้นได้

                              ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ วสท. 3003–50 หน้า 3 ถึง 5

                    1.3) การปรับอากาศ

                    สภาวะการออกแบบ (design condition) สำหรับการปรับอากาศเพื่อความสบาย ต้องเลือกสภาวะการออกแบบภายในอาคารให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในกรณีไม่มีความต้องการเป็นกรณีพิเศษอื่นๆ การคำนวณภาระการทำความเย็นแนะนำให้ใช้อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ตามที่แสดงในตารางที่ 4.7

ตารางที่ 1  ค่าแนะนำสภาวะการออกแบบภายในอาคาร

ลักษณะการใช้งาน

อุณหภูมิกระเปาะแห้ง

(องศาเซลเซียส)

ความชื้นสัมพัทธ์

(เปอร์เซ็นต์)

สำนักงาน โรงเรียน

24

55

(ที่มา มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ วสท. 3003–50 หน้า 7)

                    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ วสท. 3003–50 หน้า 7

                    1.4) การติดตั้งระบบปรับอากาศและระบายอากาศเพื่อความปลอดภัยด้านอัคคีภัย

                           ความต้องการทั่วไปสำหรับอุปกรณ์

                              1.4.1) ต้องจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ให้สามารถเข้าถึงได้เพื่อการตรวจสอบบำรุงรักษา และซ่อมแซม

                              1.4.2) ต้องเลือกใช้และติดตั้งอุปกรณ์ตามที่ผู้ผลิตแนะนำ

                              1.4.3) การติดตั้งอุปกรณ์ต้องมีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับบุคคลที่เข้าใกล้อุปกรณ์

                              1.4.4) ต้องมีการป้องกันช่องสำหรับดูดลมของอุปกรณ์เช่น การมีตะแกรงโลหะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากบุคคลหรือป้องกันวัสดุที่ไม่ต้องการเข้าไปในระบบได้

                              ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก เรื่องการติดตั้งระบบปรับอากาศและระบายอากาศเพื่อความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในมาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ วสท. 3003–50 หน้า 1526

          2) ตามมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร ส.ว.ป.ท. 04–2549 ได้กำหนดรายละเอียดต่างๆ ไว้เกี่ยวกับแนวทางการตรวจสอบและประเมินระบบปรับอากาศและระบายอากาศไว้ดังนี้

                    2.1) การตรวจสอบอย่างละเอียด

                    อุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ และคาร์บอนไดออกไซด์           

                    การตรวจวัดค่าตัวแปรต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์และระดับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะกระทำในขั้นตอนนี้ของการตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการร้องทุกข์เกี่ยวกับสภาวะสุขสบายหรือมีการบ่งชี้ใดๆ ในเรื่องของอากาศภายนอกที่นำเข้ามาอย่างไม่เพียงพอ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุณหภูมิ ความชื้นและแก๊สคาร์บอนได ออกไซด์ สามารถดูได้ในภาคผนวก จ ในอาคาร ส.ว.ป.ท.04–2549

                              2.1.1) เพื่อลดปัญหาการร้องทุกข์ของพนักงานเกี่ยวกับความไม่สุขสบายให้เหลือน้อยสุด อุณหภูมิภายในห้องควรจะตั้งไว้ ระหว่าง 23–26 องศาเซลเซียส คนส่วนใหญ่จะรู้สึกสุขสบายมากที่สุดที่อุณหภูมิ 23+1 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ค่าตัวเลขอุณหภูมิดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสมมติค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่ 50%

                              2.1.2) ถ้าความชื้นสัมพัทธ์ในบริเวณที่มีคนอยู่มีค่ามากกว่า 60% อาจจะเกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราขึ้นได้ ความชื้นสัมพัทธ์ในอาคารที่มีระบบปรับอากาศไม่ควรจะมากกว่า 60% และความชื้นที่ต่ำกว่า 2030% จะทำให้รู้สึกแห้งไม่สบายกาย เช่น เกิดอาการเคืองตา เป็นต้น

                              2.1.3) โดยทั่วไป ความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายนอกจะอยู่ที่ประมาณ 300–400 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm) ผู้ตรวจสอบจะต้องพิจารณาการเปรียบเทียบระหว่างความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในกับภายนอก ทั้งนี้ พึงตระหนักไว้ว่าการวัดความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แต่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสรุปถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามาจากการระบายอากาศของอาคาร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมักจะมีส่วนสำคัญในการพิจารณาร่วมกับ   สิ่งที่ได้ค้นพบอื่นๆ จากการตรวจสอบ ความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในที่มากกว่า 800 1,000 ส่วนต่อล้านส่วน  มักจะถูกใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความไม่เพียงพอของการระบายอากาศภายนอก มาตรฐาน ASHRAE 62.1–2004: Ventilation for acceptable indoor air quality ระบุความแตกต่างของความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนออกไซด์ระหว่างภายในกับภายนอกอาคาร   ไม่มากกว่า 700 ส่วนต่อล้านส่วน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวดูเหมือนว่าจะสามารถผ่านข้อกำหนดความสุขสบายในเรื่องกลิ่นที่สัมพันธ์กับผลทางชีวภาพของมนุษย์

                   2.2) การประเมินระบบปรับอากาศและระบายอากาศ 

                   ระบบปรับอากาศและระบายอากาศจะต้องถูกประเมินเพื่อหาปริมาณอากาศภายนอกที่แท้จริงที่นำเข้าสู่อาคารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีปัญหา ตัวระบบจะต้องนำปริมาณอากาศภายนอกอย่างน้อยที่สุดตามจำนวนคนที่อยู่ภายในอาคารที่แท้จริง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของอาคาร มาตรฐานงานเครื่องกลหรือมาตรฐานการระบายอากาศที่ใช้อยู่ในเวลาที่อาคารถูกสร้างขึ้นหรือถูกปรับปรุงหรือถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบแล้วแต่ว่าแบบไหนจะมาล่าสุด ปริมาณอากาศภายนอกที่จ่ายเข้าไปในบริเวณที่ทำงานโดยทั่วๆ ไป จะอยู่ที่อย่างน้อยประมาณ 8.5 ลิตรต่อวินาทีต่อคน โดยจ่ายเข้าไปอย่างต่อเนื่องภายในบริเวณที่มีคนอยู่ตลอดเวลา

                    2.3) การปนเปื้อนทางเคมี

                    สารปนเปื้อนทุกชนิดควรจะได้รับการกำจัดตั้งแต่ต้นทางหรือแหล่งกำเนิดหากเป็นไปได้ เช่น ที่เครื่องถ่ายเอกสารห้องถ่ายเอกสารควรจะมีการระบายอากาศออกสู่ภายนอกและให้สภาพในห้องมีสภาพของความดันอากาศที่เป็นลบเมื่อเทียบกับพื้นที่บริเวณรอบๆ วัสดุที่มีการปลดปล่อยสารปนเปื้อนน้อยควรจะถูกนำมาใช้ต่อเมื่อจำเป็น หรือหากสามารถนำไปบำบัดหรือขจัดสารปนเปื้อนออกเสียก่อนการนำไปใช้ก็ควรที่จะทำ การกำหนดพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ในตัวอาคารให้เป็นพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถกระทำได้ตามนโยบายของฝ่ายบริหาร การจัดพื้นที่สูบบุหรี่ภายนอกและการติดป้ายประกาศ ควรจะให้แน่ใจว่าจะไม่มีควันบุหรี่ไหลกลับเข้ามาในอาคารหรืออาคารใกล้เคียง

                    การรักษาความสะอาดและการดูแลรักษา สารเคมี ยาฆ่าแมลงและสารเคมีอันตรายอื่นๆ ควรจะทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต การล้างทำความสะอาดคอยล์เย็นด้วยสารทำความสะอาดชนิดระเหยได้ควรจะกระทำต่อเมื่อมีการปิดระบบระบายอากาศแล้ว และเปิดระบบระบายอากาศเมื่อพื้นที่นั้นไม่มีคนอยู่ การรมควันตลอดทั้งอาคารควรจะกระทำเมื่อตัวอาคารนั้นไม่มีคนอยู่ และควรเปิดระบบระบายอากาศล่วงหน้า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเปิดให้คนเข้ามาในอาคาร หากจำเป็นอาจจะต้องเปิดล่วงหน้ามากกว่า 2 ชั่วโมง ถ้าหากได้รับคำแนะนำจากบริษัทที่เข้ามาทำการรมควันอาคาร ผู้ที่อยู่ภายในอาคารควรจะได้รับการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนจะทำการรมควันในอาคารซึ่งอาจจะส่งผลให้มีอากาศปนเปื้อนหลุดเข้าไปในพื้นที่ทำงานของคนเหล่านั้น

                    อุปกรณ์ที่ใช้ในการกรองอากาศก่อนเข้าอาคารควรจะมีประสิทธิภาพที่ดีในการดักกรองเอาฝุ่นผงและอนุภาคต่างๆ ไว้ ทั้งนี้จะสังเกตความเสื่อมประสิทธิภาพของตัวกรองได้จากการที่ตัวกรองเกิดการฉีกขาด การติดตั้งตัวกรองไม่ถูกวิธี หรือพบเห็นฝุ่นจำนวนมากหลุดออกมาจากตัวกรองหรือภายในท่อลมหรือกล่องลม ตัวกรองที่ใช้ในระบบระบายอากาศในอาคาร ควรจะได้รับการตรวจสอบและเปลี่ยนเป็นประจำ อย่างน้อยทุกๆ  6 เดือน ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนตัวกรองอากาศ ควรจะทำการปิดระบบระบายอากาศก่อน

          3) ตามคู่มือเทคนิคการตรวจสอบอาคารเพื่อความปลอดภัย ภาคที่ 6 เทคนิคการตรวจสอบระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม และประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ มีข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศในประเทศไทย ดังที่แสดงในตารางที่ 2 และในปี 2550 ได้มีการกำหนดมาตรฐานค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compounds) ในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา 1 ปี ดังแสดงในตารางที่ 3 ดังนี้

ตารางที่ 2  มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป

สารมลพิษ

ค่าเฉลี่ย

ความเข้มข้น

ในเวลา

ค่ามาตรฐาน

วิธีการตรวจวัด

1. แก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO)

1 ช.ม.

ไม่เกิน 30 ppm

34.2 มก./ลบ.ม.

Non–dispersive

Infrared detection

8 ช.ม.

ไม่เกิน 9 ppm

10.26 มก./ลบ.ม.

2. แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)

1 ช.ม.

ไม่เกิน 0.17 ppm

0.32 มก./ลบ.ม.

Chemiluminescence

1 ปี

ไม่เกิน 0.03 ppm

0.057 มก./ลบ.ม.

3. แก๊สโอโซน (O3)

1 ช.ม.

ไม่เกิน 0.10 ppm

0.20 มก./ลบ.ม.

Chemiluminescence

8 ช.ม.

ไม่เกิน 0.07 ppm

0.14 มก./ลบ.ม.

4. แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)

1  ปี

ไม่เกิน 0.04 ppm

0.10 มก./ลบ.ม.

- UV–Fluorescence

- Pararosaniline

24 ช.ม.

ไม่เกิน 0.12 ppm

0.30 มก./ลบ.ม.

1 ช.ม.

ไม่เกิน 0.3 ppm

0.78 มก./ลบ.ม.

5. ตะกั่ว (Pb)

1 เดือน

ไม่เกิน 1.15 ไมโครกรัม./ลบ.ม.

Atomic absorption

Spectrometer

6. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน

24 ช.ม.

ไม่เกิน 0.05 มก./ลบ.ม.

- Gravimetric

  (high volume)

- Beta ray

- Dichotomous

- Tapered Element

 Oscillating   
 Microbalance  
 (TEOM)

1  ปี

ไม่เกิน 0.025 มก./ลบ.ม.

7. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10)

24 ช.ม.

ไม่เกิน 0.12 มก./ลบ.ม.

1  ปี

ไม่เกิน 0.05 มก./ลบ.ม.

8. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 100 ไมครอน

24 ช.ม.

ไม่เกิน 0.33 มก./ลบ.ม.

Gravimetric

(high volume)


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา          1. คู่มือเทคนิคการตรวจสอบอาคารเพื่อความปลอดภัย, 2551:  หน้า 146

                2. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 33 (.. 2552) เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ในบรรยากาศทั่วไป

                3. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 36 (.. 2553) เรื่อง กำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในบรรยากาศทั่วไป

                  ตารางที่ 3      กำหนดมาตรฐานค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile organic compounds) ในบรรยากาศ พ.ศ. 2550

สาร

ค่าเฉลี่ยในเวลา  1  ปีไมโครกรัมต่อ

ลูกบาศก์เมตร

วิธีการตรวจวัด

1. เบนซีน (benzene)

1.7

1. ให้นำผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอากาศแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงของทุกๆ เดือน อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งมาหาค่ามัชฌิมเลขคณิต (arithmetic mean)

2. กรณีตัวอย่างอากาศที่เก็บมาตรวจวิเคราะห์ตามข้อ 1 ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ให้เก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์ใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เก็บตัวอย่างที่ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้

2. ไวนิลคลอไรด์ (vinyl chloride)

10

3. 1,2–ไดคลอโรอีเทน (1,2 dichloroethane)

0.4

4. ไตรคลอโรเอทธิลีน (trichloroethylene)

23

5. ไดคลอโรมีเทน (dichloromethane)

22

6. 1,2–ไดคลอโรโพรเพน (1,2–dichloropropane)

4

7. เตตระคลอโรเอทธิลีน (tetrachloroethylene)

200

8. คลอโรฟอร์ม (chloroform)

0.43

9. 1,3–บิวทาไดอีน (1,3–butadiene)

0.33

                                                        (ที่มา คู่มือเทคนิคการตรวจสอบอาคารเพื่อความปลอดภัย, 2551:  หน้า 148)

                    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก มาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร ส.ว.ป.ท. 04–2549

ร่วมแสดงความคิดเห็น
ต้อง log in ก่อนจึงสามารถแสดงความคิดเห็นได้
 
กองมาตรฐานการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
โทรศัพท์: 02-561-2445 ต่อ 603,610  โทรสาร: 02-579-9202  อีเมล: labsafety@nrct.go.th
จำนวนผู้เข้าชม
2878491
ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2554