ดาวน์โหลด เอกสารการประชุม วันที่ 2 มิถุนายน 2557 ได้ที่นี่
  ทะเบียนผู้ใช้ (username):     รหัสผ่าน:     จำสถานะ    
  ระบบการจัดการสารเคมี
ข้อกำหนดสำหรับการจัดเก็บสารออกซิไดซ์ (Oxidizers) และสารก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์

ข้อกำหนดสำหรับการจัดเก็บสารออกซิไดซ์ (Oxidizers) และสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์

         สารออกซิไดซ์สามารถทำให้เกิดเพลิงไหม้และการระเบิดได้เมื่อสัมผัสกับสารไวไฟและสารที่ไหม้ไฟได้ เมื่อสารที่ไหม้ไฟได้สัมผัสกับสารออกซิไดซ์จะทำให้อัตราในการลุกไหม้เพิ่มขึ้น ทำให้สารไหม้ไฟได้เกิดการลุกติดไฟขึ้นทันที หรือทำให้เกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน การสั่นสะเทือน (shock) หรือแรงเสียดทาน (ตัวอย่างกลุ่มสารออกซิไดซ์แสดงดังรายละเอียดด้านล่าง) การจัดเก็บสารออกซิไดซ์มีข้อกำหนดดังนี้  

           

1. เก็บสารออกซิไดซ์ห่างจากความร้อน แสง แหล่งกำเนิดประกายไฟ อย่างน้อย 25 ฟุต (7.6 เมตร) ทั้งนี้ควรพิจารณาจากปริมาณสารออกซิไดซ์ และขนาดของแหล่งความร้อน/แหล่งกำเนิดประกายไฟในห้องปฏิบัติการประกอบกันด้วย ตัวอย่างเช่น หากมีแหล่งที่ให้ความร้อนสูงมากอยู่ในห้องปฏิบัติการ ควรจัดเก็บสารออกซิไดซ์ห่างจากแหล่งความร้อนมากกว่า 25 ฟุต (7.6 เมตร)

2. เก็บสารที่มีสมบัติออกซิไดซ์ ไว้ในภาชนะแก้วหรือภาชนะที่มีสมบัติเฉื่อย

     3. ใช้ฝาปิดที่เหมาะสม สำหรับขวดที่ใช้เก็บสารออกซิไดซ์ ไม่ควรใช้จุกคอร์ก หรือจุกยาง เนื่องจากจุกคอร์ก หรือจุกยาง สามารถทำปฏิกิริยากับสารออกซิไดซ์ได้

ตัวอย่างกลุ่มสารออกซิไดซ์

Peroxides (O22-)                              Chlorates (ClO3-)

Nitrates (NO3-)                                Chlorites (ClO2-)

Nitrites (NO2-)                                 Hypochlorites (ClO-)

Perchlorates (ClO4-)                        Dichromates (Cr2O72-)

Permanganates (MnO4-)                  Persulfates (S2O82-)

Chromates (CrO42-)

 

        สารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์ (Peroxide–forming materials) หมายถึง สารที่เมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศ ความชื้น หรือสิ่งปนเปื้อนต่างๆ แล้วทำให้เกิดสารเพอร์ออกไซด์ เช่น ether, dioxane, sodium amide, tetrahydrofuran (THF) เป็นต้น สารเพอร์ออกไซด์เป็นสารที่ไม่เสถียรสามารถทำให้เกิดการระเบิดได้เมื่อมีการสั่นสะเทือน แรงเสียดทาน การกระแทก ความร้อน ประกายไฟ หรือ แสงแดด ตัวอย่างสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์ ดังตารางที่ 1

การจัดเก็บสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์มีข้อกำหนดดังนี้    

1. เก็บสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์ห่างจากความร้อน แสง และแหล่งกำเนิดประกายไฟ อย่างน้อย 25 ฟุต (7.6 เมตร) ทั้งนี้ควรพิจารณาจากปริมาณสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์ และขนาดของแหล่งความร้อน/แหล่งกำเนิดประกายไฟในห้องปฏิบัติการประกอบกันด้วย ตัวอย่างเช่น หากมีแหล่งที่ให้ความร้อนสูงมากอยู่ในห้องปฏิบัติการ ควรจัดเก็บสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์ห่างจากแหล่งความร้อนมากกว่า 25 ฟุต (7.6 เมตร)

2. ภาชนะบรรจุสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์ต้องมีฝาปิดที่แน่นหนา และไม่ใช้จุกแก้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศ เนื่องจากแรงเสียดทานขณะเปิดอาจทำให้เกิดการระเบิดได้          

3. มีการตรวจสอบการเกิดเพอร์ออกไซด์อย่างสม่ำเสมอ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบการเกิดเพอร์ออกไซด์สามารถดูได้ที่

 

  •  6.G.3.2 Peroxide Detection Tests, Prudent Practices in the Laboratory, the National Academy of Sciences, US, 2011
  • Peroxide Forming Solvents (http://www.sigmaaldrich.com/chemistry/solvents/learning-center/peroxide-formation.html)
  • EH&S Guidelines for Peroxide Forming Chemicals, Environmental Health & Safety, University of Washingto (http://www.ehs.washington.edu/forms/epo/peroxideguidelines.pdf)

 

ตารางที่ 1 ประเภทของสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์

 

Class A : Chemicals that form explosive levels of peroxides without concentration

Isopropyl ether

Butadiene

Chlorobutadiene (Chloroprene)

Potassium amide

Potassium metal

Sodium amide (Sodamide)

Tetrafluoroethylene

Divinyl acetylene

Vinylidene Chloride

Class B : These chemicals are peroxide hazard on concentration (distillation/evaporation). A test for peroxide should be performed if concentration is intended or suspected.

Acetal

Cumene

Cyclohexane

Cyclooctene

Cyclopentene

Diacetylene

Dicyclopentadiene

Diethylene glycol dimethyl ether (diglyme)

Diethyl ether

Dioxane (p-dioxane)

Ethylene glycol dimethyl ether (glyme)

Furan

Methyl acetylene

Methyl cyclopentane

Methyl-Isobutyl ketone

Tetrahydrofuran

Tetrahydronaphthalene

Vinyl ethers

Class C : Unsaturated monomers that may autopolymerize as a result of peroxide accumulation if inhibitors have been removed or are depleted.

Acrylic acid

Butadiene

Chlorotrifluoroethylene

Ethyl acrylate

Methyl methaacrylate

Styrene

Vinyl acetate

Vinyl chloride

Vinyl pyridine

ที่มา Table 4.8 Classes of chemicals that can form peroxides, Prudent Practices in the Laboratory, the National Academy of Sciences, US, 2011

 ตารางที่ 2 ตัวอย่างเกณฑ์การพิจารณาในการทิ้งสารที่ก่อให้เกิดเพอร์ออกไซด์

 

เพอร์ออกไซด์ที่เกิดอันตรายได้จากการเก็บ : ทิ้งหลังจากเก็บเกิน 3 เดือน

Divinyl acetylene

Divinyl ether

Isopropyl ether

Potassium metal

Sodium amide 

Vinylidene chloride

เพอร์ออกไซด์ที่เกิดอันตรายได้จากความเข้มข้น : ทิ้งหลังจากเก็บเกิน 1 ปี

Acetal 

Cumene 

Cyclohexene 

Cyclooxyene

Cyclopentene

Diacetylene

Dicyclopentadiene 

Diethyl ether

Diethylene glycol dimethyl ether

Dioxane 

Ethylene glycol dimethyl ether

Furan

Methyl acetylene

Methyl cyclopentane

Methyl isobutyl ketone

Tetrahydronaphtalene (Tetralin)

Tetrahydrofuran

Vinyl ethers

อันตรายเนื่องจากเพอร์ออกไซด์เกิดพอลิเมอไรเซชัน*: ทิ้งหลังจากเก็บเกิน 1 ปี

Acrylic acid

Acrylonitrile

Butadiene*

Chloroprene* 

Chlorotrifluoroethylene

Methyl methacrylate

Styrene

Tetrafluoroethylene*

Vinyl acetylene

Vinyl acetate

Vinyl chloride

Vinyl pyridine

* หากเก็บในสภาวะของเหลว จะมีโอกาสเกิดเพอร์ออกไซด์เพิ่มขึ้น และมอนอเมอร์บางชนิด (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง butadiene, chloroprene, และtetrafluoroethylene) ควรทิ้งหลังจากเก็บเกิน 3 เดือน

ที่มา Princeton University [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://web.princeton.edu/sites/ehs/labsafetymanual/sec7c.htm#removal สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น
ต้อง log in ก่อนจึงสามารถแสดงความคิดเห็นได้
 
กองมาตรฐานการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
โทรศัพท์: 02-561-2445 ต่อ 603,610  โทรสาร: 02-579-9202  อีเมล: labsafety@nrct.go.th
จำนวนผู้เข้าชม
2878458
ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2554